10 คำถาม -ตอบ สำหรับผู้จะไปทำการค้าการลงทุนที่ประเทศเมียนมา


โดย ผศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช

ศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ, 

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 

 

คงไม่มีใครปฎิเสธว่า ประเทศอาเซียนที่เนื้อหอมที่สุดขณะนี้ก็คือประเทศเมียนมา เพราะทั้งนักธุรกิจไทย นักธุรกิจอาเซียน และนอกอาเซียน ต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศเมียนมาอย่างมากมาย

อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจในเมียนมา ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย ด้วยต้นทุนการทำธุรกิจที่แพงสุดๆ รวมไปถึงกฎหมาย กติกาและระเบียบภายในประเทศยังยังต้องปรับปรุงและแก้ไข ยังไม่นับรวมปัญหาเดิมๆ ของเมียนมาร์ไม่ว่าจะเป็นไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา ถนน อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ ตลอดระยะเวลาของการบรรยายอาเซียนของผมในหลายๆ ปีที่ผ่านนั้น ผมเจอคำถามที่นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่อยากจะรู้ ดังนี้ครับ

คำถามที่ 1 กฎหมายประเทศพม่าที่ควรทราบก่อนตัดสินใจลงทุนมีอะไรบ้าง : พม่ามีกฎหมายการลงทุนของพม่าโดยตรงและที่เกี่ยวข้องมากกว่า 50 ฉบับ แต่นักธุรกิจต้องทราบคือ กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ปี 2012 (Foreign Investment Law : FIL) กฎหมายการลงทุนของคนพม่า (Myanmar Citizens Investment Law : MCIL)  พระราชบัญญัติการจัดตั้งบริษัทเมียนมาร์ (Myanmar Company Act) กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ  (Special Economic Zone Law : SEZ) และกฎหมายเขตเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (Dawei Special Economic Zone Law : DSEZ) รายละเอียดของกฎหมายทั้งสี่ฉบับนี้ ไว้ค่อนคุยกันในคราวถัดไปครับ เพราะเนื้อหามีเยอะ

คำถามที่ 2 อุปสรรคหรือข้อควรระวังในการลงทุนในประเทศพม่า : ผมคิดว่าอุปสรรคที่สำคัญมีทั้งหมด 4 ประเด็นคือ หนึ่งคือความไม่พร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนนหนทางทั้งประเทศที่ยังเป็นถนน 2 เลน ไฟฟ้าสำหรับธุรกิจและโรงงานมีการดับบ่อยมาก บางธุรกิจดับวันละ 5 ครั้ง สองคือราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าความเป็นจริง ไม่เป็นไปตามราคาตลาด เพราะเกิดจาก ”การปั่นราคาของนักเก็งกำไร” เมื่อรัฐบาลพม่ามีนโยบายหรือแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งออกมา สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทันที่คือ ราคาที่ดินในพื้นที่นั้นจะแพงขึ้นทันที ผมยกตัวอย่างเช่น นโยบายการสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ในเขตพะโค ที่ชื่อว่า “หัสถาวดี (Hanthawaddy International Airport)” ที่ใหญ่กว่าสนามบินย่างกุ้ง 9 เท่า คาดว่าใช้เวลาสร้าง 3 ปี การสร้างสนามบินแห่งนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ที่แน่ๆ คือ ราคาสูงขึ้นแล้วครับ และเมื่อพูดถึงราคาที่ดินต้องแยกออกเป็นเป็น 2 ส่วนคือ ราคาที่ดินที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมเพื่อตั้งโรงงาน และราคาที่ดินเพื่อทำการเกษตร ซึ่งราคาทั้งสองส่วนนี้ราคาแตกต่างกัน ถ้าเป็นราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรม ผมขออ้างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษทิราวาอยู่ที่ไร่ละ 4-5 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงราคาจริงๆ สูงมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ราคาการเช่าเพื่อทำการเกษตร โดยปกติอยู่ที่ 20-40 เหรียญดอลล่าร์ต่อเอเคอร์ต่อปี หรือเท่ากับ 40 บาทต่อไร่ต่อเดือน ราคานี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ราคาจริงๆ สูงกว่า 400 เปอร์เซ็นต์ สามคือการหาคู่ทำธุรกิจ (Partner) หัวข้อนี้ นักธุรกิจจะถามกันเยอะ ผมข้อแนะนำอย่างนี้ครับคือ ผ่านทางหน่วยงานของไทยในประเทศพม่า ผ่านทางหอการค้าพม่า (UMFCCI) ผ่านทางสมาคมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งหมด 34 สมาคม และผ่านทางเวปไซส์ที่เกี่ยวกับการขายสินค้า สุดท้ายคือความโปร่งใสในการทำธุรกิจ ในอาเซียน 10 ประเทศ เรื่องนี้พม่าดิดอันดับที่ 10 ครับ

คำถามที่ 3 ภาษีของพม่าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน : ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจในพม่ามีหลายประเภทครับ ตั้งแต่ภาษีนิติบุคคลที่พำนักในพม่า (Resident) ต้องเสียร้อยละ 25 ส่วนที่ไม่พำนักในพม่า (Non-resident) ต้องเสียภาษีนิติบุคคล 30-35 เปอร์เซ็นต์ ส่วนภาษีการค้า (Commercial Tax) เก็บตามประเภทของสินค้า ถ้าสินค้าทั่วไปเก็บภาษีการค้า 8-25 เปอร์เซ็นต์ ภาษีรายได้ส่วนบุคคลของนักลงทุนต่างชาติเสีย 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงภาษีซ้ำซ้อน (Double Tax Agreement :DTA) เพื่อลดเปอร์เซ็นต์ของภาษีลงและภาษีการค้าภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว ภัตตาคาร และร้านอาหารจะเก็บภาษีคงที่อัตรา 5 เปอร์เซ็นต์

คำถามที่ 4 การนำเงินเข้าออกประเทศ : เป็นข้อกังวลของนักธุรกิจไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเด็นการนำเงินออก เวลานำเงินเข้าไปลงทุนในประเทศพม่า แล้วธุรกิจมีกำไร อยากจะเงินส่งกลับประเทศไทย จะทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ ก็ยุ่งเลยซิครับ  ในกฎหมายการลงทุนของพม่าระบุชัดเรื่องการโอนเงินออกนอกประเทศ ถ้าเป็นกำไรต้องหักภาษีก่อน และต้องโอนผ่านทางธนาคารที่พม่ารับรองซึ่งก็คือ ธนาคารการค้าต่างประเทศพม่า (Myanmar Foreign Trade Bank : MFTB) ส่วนการนำเงินเข้าไปทำธุรกิจหรือลงทุนประเทศพม่านั้น ภายใต้ข้อกำหนดของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพม่า หรือ MIC กำหนดว่าถ้าลงทุนในอุตสาหกรรมต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาจำนวน 500,000 เหรียญ และธุรกิจบริการจำนวน 300,000 เหรียญ

คำถามที่ 5 การขนส่งวัตถุดิบเข้าประเทศพม่า : มีโครงสร้างต้นทุนค่าขนส่งเท่าไหร่ รวมทั้งมีอุปสรรคหรือไม่ : ข้อนี้มีหลายประเด็นครับ ประเด็นที่หนึ่งคือนำเข้าวัตถุดิบ ประเด็นที่สองคือต้นทุนการขนส่งในพม่า และประเด็นที่สามคืออุปสรรค ผมขอไล่เรียงดังนี้ การนำเข้าวัตถุถ้าท่านลงทุนในเขตอุตสาหกรรมภาษีศุลกากรไม่ต้องเสีย 3 ปี ส่วนต้นทุนการขนส่ง ตัวเลขปี 2553 ค่าขนส่งขึ้นอยู่กับระยะทาง จากย่างกุ้ง ไปมัณฑะเลย์ ระยะทาง 688 กม. เสียค่าขนส่ง 3 บาทต่อกิโลเมตร จากย่างกุ้งไปเนปิดอว์ ค่าขนส่ง 2 บาทต่อ กม. แต่ในปัจจุบัน ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20-30% สำหรับอุปสรรคการนำเข้ามีหรือไม่ ถ้าท่านเป็นนักธุรกิจไทย เข้าไปอยู่ที่พม่าแล้วท่านต้องการนำเข้าวัตถุดิบหรือสินค้าไปขายที่พม่า ท่านไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้ก็คือท่านต้องทำร่วมทุนกับนักธุรกิจในพม่าก่อน สำหรับการตรวจการนำเข้านั้น ถ้าสินค้าประเภทอาหารก็ตรวจตามอำนาจของคณะกรรมการอาหารและยาของพม่า (Myanmar Food and Drug Authority : MFDA) ของกระทรวงสาธารณสุขครับ

คำถามที่ 6 สัดส่วนการถือครองหุ้นและสิทธิพิเศษที่ให้กับนักลงทุนชาวไทยในกรณีเปิดบริษัทในประเทศพม่า : คำถามนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายการลงทุนต่างชาติของพม่าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเก่าหรือใหม่ อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากไม่ต้องการเป็นเจ้าของทั้งหมด สามารถร่วมทุนกับนักธุรกิจในพม่าจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ขึ้นกับการตกลงกัน ส่วนสิทธิพิเศษได้แก่ ยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคล 5 ปี การนำเข้าวัตถุดิบไม่ต้องเสียภาษี 3 ปี ธุรกิจส่งออกไม่ต้องเสียภาษี 50% ของกำไร และระยะเวลาการเช่าที่ดิน 50 ปี และต่อได้อีกครั้งละ 10 ปี เป็นต้น แต่ที่เพิ่มมาก็คือต้องจ้างแรงงานพม่า 25% ใน  2 ปีแรก จ้างอีก 50% ในอีก 2 ปีต่อมาและจ้างเพิ่มอีก 75 % ในปีที่ 6

ถามที่ 7 การถือครองหรือการเช่าที่ดินในประเทศพม่า : ในกฎหมายของพม่าไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือครองหรือเป็นเจ้าของที่ดินได้ นักลงทุนต่างชาติได้สิทธิก็คือ “การเช่าที่ดินเท่านั้น” ซึ่งสิทธิของการเช่าที่ดินก็ขึ้นกับว่า ท่านต้องการเช่าที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ที่ไหน ถ้าต้องการสร้างโรงงานเพื่อการผลิต ท่านต้องไปเช่าที่ดินในเขตอุตสาหกรรม หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือหากต้องการเช่าเพื่อทำการเกษตรต้องออกไปนอกเขตอุตสาหกรรม ในเขตอุตสาหกรรมสามารถเช่าได้ 50 ปี และต่อได้อีก 10 และ 10 ปี ส่วนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนักลงทุนเช่าได้เริ่มแรก 30 ปี ต่อได้อีก 15 ปี และอีก 15 ปี

คำถามที่ 8 ค่าแรงขั้นต่ำภายในประเทศพม่าเท่าไหร่ : ค่าแรงขึ้นต่ำในพม่าปัจจุบันอยู่ที่ 120  บาทต่อวัน แต่ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันดังนี้ ในย่างกุ้ง 120-150 บาท/วัน ในผาอัน เมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง 120 บาท/วัน ในเมาะละแหม่ง เมืองหลวงรัฐมอญ 120 บาท/วัน และในเขตพะโคอยู่ 120-130 บาท/วันเมื่อถามนักธุรกิจท้องถิ่นในพม่า อีกไม่เกิน 5 ปี คาดว่าค่าจ้างปรับขึ้นเป็น 200 บาท/วัน และในย่างกุ้งจะเป็น 250 บาท/วัน อย่างไรก็ตามในกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ นายจ้างต้องทำประกันสังคมให้กับลูกจ้างตามกฎหมายประกันสังคม (Social Security Act 1954) ที่กำหนดว่าถ้าสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องกำหนดให้นำเงินกองทุนประกันสังคม โดยแบ่งเป็นนายจ้างจ่ายร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างต่อเดือนและลูกจ้างจ่ายร้อยละ 1.5 ของรายได้ต่อเดือน

คำถามที่ 9 ใบอนุญาตของคนไทย (Work Permit) ในบริษัทที่จดทะเบียนในพม่าใช้ได้ในระยะเวลาเท่าไร : ตามกฎหมายพม่าว่าด้วยคนเข้าเมือง (Myanmar Immigration Act of 1947) กำหนดให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศพม่าต้องมีการขอใบอนุญาตเข้าเมือง (Visa) เสียก่อน แม้ว่าในขณะนี้ประเทศสมาชิก ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้มีความตกลงร่วมกันที่จะยกเว้นการขอวีซ่าประเภทชั่วคราวให้กับคนในชาติของประเทศสมาชิก แต่ประเทศพม่ายังไม่ได้มี การงดเว้นการขอวีซ่าให้ชาติ ใดๆ ดังนั้นคนไทยที่ ต้องการเดินทางไปที่ประเทศพม่าก็จะต้องยื่นขออนุญาตเข้าเมืองก่อนเดินทาง การจ้างแรงงานชาวต่างชาติก็อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายพม่าว่าด้วยแรงงาน (Myanmar Labor Law) ทั้งนี้ประเทศพม่ายังไม่มีระบบการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่จะกำหนดให้ชาวต่างชาติได้รับอนุญาตอยู่และทำงานในประเทศพม่า โดยหนังสือตรวจลงตราคนเข้าเมืองประเภททำงาน (Work Visa) โดยจะใช้ใบอนุญาตที่เรียกว่า Stay Permit แทน ดังนั้นใครต้องการทำงานที่ประเทศพม่าก็จะต้องได้รับใบอนุญาต Stay Permit ถึงจะสามารถอยู่ในประเทศพม่าเป็นช่วงเวลานานกว่าใบอนุญาตเข้าเมืองชั่วคราว

ในทางปฏิบัติเรื่องการทำงานของคนต่างชาติในประเทศพม่านั้นบริษัทที่ ได้รับ MIC Permit ภายใต้กฎหมายพม่าว่าด้วยการลงทุนของต่างชาติ (MFIL) นั้นสามารถที่จะจ้างงานชาวต่างชาติได้ดังที่กล่าวมาแล้วในเรื่องการลงทุนของต่างชาติภายใต้ MFIL ทั้งนี้บริษัทที่ประสงค์จะจ้าง ผู้เชี่ยวชาญ หรือช่างเทคนิค หรือผู้บริหารที่เป็นชาวต่างชาติต้องแจ้งจำนวนชาวต่างชาติที่ต้องการจ้างให้ MIC ทราบในตอนยื่นขออนุมัติการลงทุน ซึ่งตำแหน่งที่ขอจ้างชาวต่างชาตินั้นต้องเป็นกรณีที่คนพม่าทำไม่ได้หลังจากที่ ได้รับ MIC Permit แล้ว บริษัทจะต้องไปยื่นขอใบอนุญาต Stay Permit ผ่านกระทรวงที่กำกับดูแลกิจการที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่เพื่อยื่นเรื่องขออนุญาตต่อไปที่ Department of Immigration ที่จะมีอายุ 3 เดือน หรือ 12 เดือน และ/หรือ สามารถเข้าออกประเทศได้หลายครั้งๆได้ในระหว่างเวลาที่ได้รับ Stay Permit

คำถามที่ 10 การจดทะเบียนบริษัท การจัดตั้งบริษัทจดทะเบียนในพม่าต้องทำอย่างไร : ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนทั่วไปที่ต้องทำ ขึ้นแรกคือต้องขอใบอนุญาตการลงทุน (MIC Permit) หลังจากนั้นต้องไปขอใบอนุญาตการค้า (Permit to Trade) ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้ต้องไปดำเนินการที่สำนักการลงทุน (Directorate of Investment  and Company Administration) หรือ “DICA”  สำนักงานตั้งอยู่ที่ตึก 32  ณ กรุงเนปิดอร์ สำนักงานนี้อยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพม่า (Myanmar Investment Commission : MIC) สังกัดกระทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจ

ท่านผู้อ่านครับ ผมไล่เลียงมาทั้งหมด 10 คำถามแล้ว ยังมีอีกหลายคำถามที่น่าสนใจ ผมขอสรุปเป็นข้อคิดสักนิดว่า ถ้านักธุรกิจต้องการลงทุนหรือทำธุรกิจในพม่า และมีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ ท่านต้องเข้าไปดูลู่ทางการค้าหรือการลงทุนด้วยตัวเอง ไปเองหรือส่งทีมงานฝังตัวที่พม่าสัก 1 ปี ศึกษาการตลาดและช่องทางในพม่า เพื่อให้ท่านเห็นภาพของพม่าอย่างชัดเจน แต่ถ้าท่านบอกว่าไม่สามารถทำในสิ่งที่ผมแนะนำ วิธีเดียวก็คือเข้ามาคุยกันที่ “ศูนย์ TOI” ของ BOI ส่วนเรื่องระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุน ไม่ต้องกังวลเลยครับ ในย่างกุ้งมีสำนักงานกฎหมายหลายสำนัก ส่วนใหญ่เป็นบริษัทฝรั่งมีสาขาทั่วโลก มีสำนักงานหนึ่งบอกผมว่า “1,000 ดอลล่าร์” ท่านได้บริษัทในพม่าเลย

ขอขอบคุณข้อมูล จาก  https://www.smartsme.tv/content/70370​
ติดตามข่าว SMEs และบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ !
Website : smartsme.tv
Facebook : SmartSME
Line@ : @smartsme
Twitter : @smartSME_TV