|
โครงการเสวนาระหว่าง
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ศูนย์วิจัยโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
และบริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด
เรื่อง “โลจิสติกส์ของเกษตรกร เพื่อการกระจายสินค้าในตลาดอี้อู
มลฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน”
หลักการและเหตุผล
จีนนับเป็นประเทศมหาอำนาจในเอเชียตะวันออก มีตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคมากถึง 1,300 ล้านคน ส่งผลให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนมียอดการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 ปีหลัง จีนมีอัตราขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วเกินกว่า 10% จนทำให้เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญจีนยังได้รับแรงกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจไม่มากนัก ดังนั้น การทำตลาดในประเทศจีน จึงเป็นตลาดการค้าที่หอมหวานสำหรับนักธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก เข้าไปดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านการลงทุนและการค้า
จากการศึกษาทางเศรษฐกิจของมหาวิทยาลัยหอการค้าพบว่า ปัจจุบันจีนมีบทบาทในการเป็นคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย เฉพาะปี 2552 ประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนเป็นลำดับที่ 2 คิดเป็นมูลค่าถึง 548,760 ล้านบาท สำหรับสินค้าทางการเกษตรหลักที่ส่งออกตามลำดับ คือ ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าว และลำไยอบแห้ง ส่วนสินค้าเงาะในขวดแก้ว มันฝรั่งอบกรอบ และน้ำผึ้ง เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มการส่งออกที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกันทางการตลาดนั้นยังคงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด การสร้างความสามารถในการแข่งขันจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการส่งออกสินค้าเกษตรจากประเทศไทยไปยังตลาดอี้อู โดยเฉพาะการจัดการโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาชนบท มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อส่งเสริม พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรลูกค้า และเกษตรรายย่อยทั่วประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดจีน รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดให้กับเกษตรกร จึงได้ส่งเสริมการรวมตัวกันของเกษตรกรรายย่อย ให้มีความเข้มแข็ง และได้มีการจัดทำโครงการนำร่อง โดยการประสานความร่วมมือระหว่าง วิสาหกิจชุมชน ธ.ก.ส. และบริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด ในการเช่าพื้นที่ศูนย์การแสดงและกระจายสินค้า ในตลาดอาหารสำเร็จรูป เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียงพื้นที่ 500 ตารางเมตร เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการจัดแสดงและกระจายสินค้าดังกล่าวของไทยในตลาดจีน และประชาสัมพันธ์สินค้าเหล่านี้ไปสู่ตลาดโลก ผ่านช่องทางการค้าของตลาดเมืองอี้อู ซึ่งประเทศจีนผลักดันให้เป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาชนบท มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อส่งเสริม พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรลูกค้า และเกษตรรายย่อยทั่วประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดจีน รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดให้กับเกษตรกร จึงได้ส่งเสริมการรวมตัวกันของเกษตรกรรายย่อย ให้มีความเข้มแข็ง และได้มีการจัดทำโครงการนำร่อง โดยการประสานความร่วมมือระหว่าง วิสาหกิจชุมชน ธ.ก.ส. และบริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด ในการเช่าพื้นที่ศูนย์การแสดงและกระจายสินค้า ในตลาดอาหารสำเร็จรูป เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียงพื้นที่ 500 ตารางเมตร เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการจัดแสดงและกระจายสินค้าดังกล่าวของไทยในตลาดจีน และประชาสัมพันธ์สินค้าเหล่านี้ไปสู่ตลาดโลก ผ่านช่องทางการค้าของตลาดเมืองอี้อู ซึ่งประเทศจีนผลักดันให้เป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ความคาดหวังในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าเกษตร ณ เมืองอี้อู ของ ธ.ก.ส. มีความตั้งใจที่จะทำให้ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว เป็นต้นแบบเพื่อทดสอบระบบการกระจายสินค้า ระบบการขนส่ง รวมถึงการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่การบริหารการผลิตของเกษตรกร ไปจนถึงมือผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีAgriculture Development Bank of China (ADBC) ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับ ธ.ก.ส. เป็นผู้ประสานงานและสนับสนุนการสร้างหลักประกันและการดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันของคู่ค้าในประเทศจีน
แนวคิดในการจัดทำโครงการนำร่องดังกล่าว ยังต้องการการผลักดันของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการที่มีหลักวิชาการเข้ามาให้การสนับสนุน ดังนั้น ธ.ก.ส. จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้า จัดเสวนาการบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรในประเทศจีนขึ้น เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงาน และสร้างความชัดเจนในบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสรุปแนวทางและวิธีการดำเนินงานต่อไปในอนาคต เพื่อทำให้การช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาด และเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าไปยังประเทศจีน โดยผ่านองค์กรของเกษตรกรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
วัตถุประสงค์
- เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบ
- เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งในประเทศไทยและในประเทศจีนในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการเพิ่มช่องทางการระบายสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรในตลาดประเทศจีน
- เพื่อทราบและเข้าใจถึงเส้นทางต่าง ๆ ที่สามารถทำการขนส่งสินค้าเกษตร ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงปัญหาอุปสรรค ข้อกำหนดกฏหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่สามารถใช้เป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีน
ประเด็นการเสวนา
การเสวนาวิชาการ เรื่อง “โลจิสติกส์ของเกษตรกร เพื่อการกระจายสินค้าในตลาดจีน” เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ธ.ก.ส. เพื่อหาแนวทางในบริหารศูนย์กระจายสินค้า ณ เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ทั้งในด้านการนำสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน รวมถึงการชำระหนี้ค่าสินค้า การโอนเงินค่าสินค้า การป้องกันความเสี่ยงในด้านการส่งออก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรรายย่อยของไทย ซึ่งผลจากการเสวนาในครั้งนี้อาจนำไปสู่ความร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่างผู้ค้าในประเทศไทย และประเทศจีน รวมถึงผลสรุป และการประเมินผลการเสวนาในครั้งนี้ อาจเป็นประเด็นสำคัญต่อรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรด้านการส่งออกในอนาคต
ที่ปรึกษาการสัมมนา
- ดร.นันทิ สุทธิการนฤนัย รองคณบดี, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกลาง ธ.ก.ส.
- นายอรรถสิทธิ์ สุรกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ลูกค้า ธ.ก.ส.
- นายสุรศักดิ์ สมผดุง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กองเลขานุการ ฝ่ายบริหารกลาง ธ.ก.ส.
ที่ปรึกษาการสัมมนา
- ดร.นันทิ สุทธิการนฤนัย รองคณบดี, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกลาง ธ.ก.ส.
- นายอรรถสิทธิ์ สุรกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ลูกค้า ธ.ก.ส.
- นายสุรศักดิ์ สมผดุง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กองเลขานุการ ฝ่ายบริหารกลาง ธ.ก.ส.
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ประมาณ 100 คน
- อาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- พนักงาน ธ.ก.ส. และเกษตรกร
- ผู้ประกอบการ และหอการค้าจังหวัด
- ผู้สนใจ อื่น ๆ
สถานที่และช่วงเวลา
วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 8.00–16.00น.
ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
ประโยชน์ต่อเกษตรกร
- เกษตรกรสามารถทราบถึงความต้องการของสินค้าเกษตรในตลาดอี้อู และช่วยในการวางแผนการผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการ ซึ่งจะสามารถลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด อันเป็นผลให้เกิดภาวะสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ
- องค์กรของเกษตรกร ทั้งวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. และบริษัทไทยธุรกิจเกษตรจำกัด สามารถเรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าและการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศ
ประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- สามารถรวบรวมองค์ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงของเกษตรกรมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการจัดการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานของสินค้าเกษตร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรของไทย ให้สามารถแข่งขันกับสินค้าจากนานาประเทศ
- เป็นเวทีการเรียนรู้การจัดเสวนาเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ สามารถยกระดับความสามารถของนิสิต นักศึกษา
ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ
- สามารถทราบและเข้าใจถึงเส้นทางต่าง ๆ ที่สามารถทำการขนส่งสินค้าเกษตร เพื่อให้การขนส่งสินค้าไปจีนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- เข้าใจปัญหาอุปสรรค ข้อกำหนดกฏหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีน ทั้งที่อยู่ในรูปภาษีและไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff)
ประโยชน์ต่อ ธ.ก.ส.
- สามารถเตรียมการสำหรับการผลักดันการส่งสินค้าเกษตรของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ไปยังประเทศจีนให้มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน
- เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างธนาคารเกษตรของทั้งสองประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้นและปรับเปลี่ยนบทบาทจากมิตรที่ดีเป็นพันธมิตรทางการค้าและการทำธุรกิจร่วมกัน
ประโยชน์ต่อภาครัฐ
- ทราบถึงปัญหา และแนวทางในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรไทย เพื่อกำหนดเป็นโนบาย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการส่งสินค้าเกษตรไปตลาดประเทศจีน
 |
| กำหนดการ |
ผู้ประกาศ/ที่มา : กองประชาสัมพันธ์ |