| นายก สสอท.คนใหม่!! มุ่งมั่นชู ม.เอกชน เทียบ ม.รัฐ 05 ตุลาคม 2551 |
|
|
เมื่อ ภราดา บัญชาแสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หมดวาระในการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย หรือ สสอท.
ภาพข่าว : คม ชัด ลึก -- 5 พ.ย.50 จากอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐเมื่อปี2514 ขณะนี้อาจารย์ผู้มากความสามารถ อย่าง รศ.ดร.จีรเดชอู่สวัสดิ์ หรืออธิการบดีม.หอการค้าไทย ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน กำลังขะมักเขม่นในการสานฝันของเหล่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนสร้างความเสมอภาคระหว่าง ม.รัฐ กับ ม.เอกชน ด้วยตำแหน่ง นายกสสอท.คนล่าสุด นายกคนใหม่เล่าว่า แม้ร่างพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษา พ.ศ...ที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกำลังอยู่ในขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ ซึ่งคาดว่าจะใช้ภายในเดือนตุลาคมปีนี้ มีหลายประเด็นที่สร้างความเสมอภาคให้กับ ม.รัฐ และ ม.เอกชน ดั่งที่ ม.เอกชนต้องการ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้เป็นไปตามนั้น แม้เรามีมือ2 ข้างไว้ต่อสู้ กำหมัดพร้อมชก แต่สุดท้ายมืออีกข้างหนึ่งก็ยังโดนมัดไว้อยู่ดี แล้วอย่างนี้การต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเสมอภาคก็คงทำไม่ได้เต็มที่ และไม่ต่างอะไรจากอดีตที่ผ่านมา เพราะในอดีต ม.รัฐได้เปรียบอย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงได้เปรียบกว่า ดังนั้น ถึงมีร่าง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ... ก็ไม่ช่วยอะไร ม.เอกชน ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้ามี แล้วเราสามารถปฏิบัติได้จริง อย่างที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ม.เอกชน และ ม.รัฐ คงเท่าเทียบกันได้ นายก สสอท.เล่า ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความต้องการที่จะสร้างความเสมอภาค ความเท่าเทียม และความยุติธรรม ระหว่าง ม.รัฐและ ม.เอกชน อันเป็นจุดหมายหลักของ ม.เอกชนทุกแห่ง ด้วยประสบการณ์ มากกว่า 30 ปี ในแวดวงการศึกษา นายกสสอท.คนใหม่ จึงวางนโยบายเชื่อมโยงกับจุดประสงค์หลักทั้งสิ้น นโยบายที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้หลังจากเข้ารับตำแหน่ง นายก สสอท.นั้น มี5-6 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับปรุงกลไกระเบียบ และกฎเกณฑ์ด้านกฎหมาย 2.ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในเรื่องของการดูแล ระเบียบ และการปฏิบัติ ระหว่าง ม.รัฐ และ ม.เอกชน ที่ต้องตั้งอยู่บนฐานของความเสมอภาค 3.การทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องของภาพลักษณ์ ม.เอกชน 4.ผลักดันเรื่องการกระจายข่าวสารของม.เอกชน ให้ทั่วถึงกัน และ 5.ผลักดันโครงการของสมาคมให้มีความคล่องตัว และรวดเร็วมากขึ้น นโยบาย อันเป็นความหวังในการพัฒนา ใช่ว่าเกิดขึ้นจากความต้องการของนายก สสอท. เพียงคนเดียว เพราะทุกๆ เรื่องต่างเป็นการรวมความคิดของเหล่าอธิการบดีอีก 56 คนด้วย รศ.ดร.จีรเดชบอกว่า การรวมตัวของสมาคมนั้น เป็นรูปแบบของ กัลยาณมิตร เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อนปรึกษาเพื่อน และความคิดเห็นของทุกๆ คนเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกตามตำแหน่ง ซึ่งนโยบายทั้ง 5 เรื่อง ต่างเป็นความคิดร่วม และความต้องการของอธิการบดีทุกๆ คน และในการประชุมแต่ละครั้งก็เป็นการระดมความคิด แนวทางในการแก้ไข พัฒนาอุดมศึกษาเอกชนให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ โดยหยิบเรื่องร่าง พ.ร.บ.อุดมศึกษาเอกชน แจ้งข่าวสารต่างให้แก่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ แม้การรวมกลุ่มหลายฝ่ายอาจมองว่าเป็นการหาผลกำไร หาประโยชน์เข้าส่วนองค์กร แต่สำหรับนายก สสอท.คนใหม่ ผู้มุ่งสร้างความสมานฉันท์ สัมพันธ์อันดี ระหว่าง ม.เอกชน กับ ม.รัฐ ม.เอกชนต่อหน่วยงานดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และสร้างสัมพันธ์อันดีต่อสังคม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์อย่างแน่นอน สังคมส่วนใหญ่มองว่าม.เอกชนมุ่งเน้นแต่ผลกำไร แต่จริงๆ แล้ว ม.เอกชน ไม่ว่าจะเป็น ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ม.หัวเฉียว ม.อัสสัมชัญ ม.พายัพ ม.หอการค้าไทย ฯลฯ ต่างสร้างประโยชน์ให้กับสถาบันการศึกษา ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร ในฐานะที่เป็นนายก สสอท. การทำความเข้าใจ สร้างภาพลักษณ์ของ ม.เอกชน ที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสังคม จึงเป็นหน้าที่สำคัญ นายกสสอท.คนใหม่บอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก้าวแต่ละก้าวบนเส้นทางถนนการศึกษาของรศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อาจารย์ที่มากด้วยอารมณ์ขัน และมากด้วยความสามารถ ล้วนเป็นก้าวที่มีประโยชน์ต่อวงการศึกษา จึงไม่ต้องแปลกใจที่นายก สสอท.คนนี้มุ่งมั่นกับการก้าวเดิน เป็นผู้นำที่จะส่งอุดมศึกษาเอกชนให้ถึงที่หมาย รศ.ดร.จีรเดชบอกต่อว่า หลายๆ อย่างยังไม่มีความเป็นธรรมแก่ ม.เอกชน เพราะไม่ว่า ม.เอกชนจะทำอะไร ก็มักถูกคุมเข้ม กวดขัน ในขณะที่ ม.รัฐ ไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบ แล้วอย่างนี้ สิ่งต่างๆ ของ ม.เอกชนไม่ดีก็คงไม่ได้ อย่างมาตรฐานหลักสูตร การขยายสถาบัน กว่า ม.เอกชนเปิดหลักสูตร เปิดสถาบัน หรือทำอะไรก็ได้ ล้วนต้องผ่านการอนุมัติ ได้รับการยินยอมจาก สกอ. จนอดคิดไม่ได้ว่า สกอ. สนใจ และดูแล ม.เอกชนมากเกินไปหรือไม่ และตรงจุดนี้อาจทำให้ ม.รัฐน้อยใจได้ เพราะแม้เป็นเรื่องดีที่ ม.เอกชนได้รับการดูแล แต่การดูแลที่ไม่เท่าเทียมกันบางครั้งอาจทำให้อีกฝ่ายน้อยใจได้ จึงอยากฝาก สกอ.ให้ดูแล ม.รัฐ บ้าง ตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นนายก สสอท. สิ่งที่ผมต้องทำให้ได้คือ การสร้างความเสมอภาคเท่าเทียบ และสนับสนุนให้เกิดความยุติธรรม ระหว่าง ม.เอกชน และ ม.รัฐ ให้ได้ เพราะการพัฒนาการศึกษา ต้องเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ช่วยกัน ไม่ใช่เป็นเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของการศึกษาของประเทศชาติ นายกสสอท.บอกด้วยแววตามุ่งมั่น ด้วยวัย59 ปี ในชีวิตพ่อพิมพ์ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ กับการก้าวย่างบนเส้นทาง นายก สสอท. การสร้างความเท่าเทียบ เสมอภาค ระหว่าง ม.รัฐ-ม.เอกชน คงเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ แต่ระยะทางที่เดินไปก็ใช่ว่าจะถึงง่ายๆ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า นโยบายของนายก สสอท.คนนี้ จะเดินไปในทิศทางไหน แล้วความหวังของเหล่า ม.เอกชน จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผู้ประกาศ/ที่มา : คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 |