
สถาบันยุทธศาสตร์การค้า ม.หอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนและค้าผ่านแดนไทย (FBI)
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ นายวรทัศน์ ตันติมงคลสุข กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย และกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการค้าชายแดน และ นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการการค้าชายแดน สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และรักษาการคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกันแถลงข่าวผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนและค้าผ่านแดนของไทย
การแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้นในวันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 11.00–12.00 น. ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 24 ชั้น 15 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ แนวโน้ม และระดับความเชื่อมั่นด้านการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง FBI = Foreign Border Trade Sentiment ได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการ จำนวน 499 ตัวอย่าง ทั่วทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยในระยะสั้นอยู่ที่ระดับ 38.7 ระยะกลางอยู่ที่ 43.1 และระยะยาวอยู่ที่ 47.5 สะท้อนให้เห็นว่าภาคการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนยังคงมีความท้าทายในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในระยะกลางและระยะยาว
สำหรับปัจจัยบวกที่สนับสนุนการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนของไทยในปีนี้ ได้แก่ ความต้องการสินค้าจากประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น แผนและมาตรการของภาครัฐในการส่งเสริมผู้ประกอบการชายแดน นโยบายความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงระบบการทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ การพัฒนาระบบด่านศุลกากรให้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน และการยกระดับจุดผ่านแดนให้เป็นด่านถาวร ล้วนเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการขยายตัวของการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยในระยะต่อไป
สำหรับปัจจัยลบ โดยผู้ประกอบการมีความกังวลอย่างมากจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระบบราชการและธรรมาภิบาล ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังทำการสำรวจถึงประเด็นห่วงใยด้านการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเป็นห่วงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์และนโยบายระหว่างประเทศ ปัญหาระบบและธรรมาภิบาลภาครัฐ
ขณะเดียวกันสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ พบว่าผู้ประกอบการเห็นตรงกันว่า ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1) ลดอุปสรรคทางการค้าและเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เร่งเจรจา FTA และลดมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) พร้อมแยกประเด็นการค้าออกจากความขัดแย้งทางการเมือง
2) ปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการภาครัฐ ให้สอดคล้องกับบริบทการค้าชายแดน เพื่อเพิ่มความสะดวก โปร่งใส และรวดเร็ว
3) พัฒนาระบบการชำระเงินและพิธีการศุลกากร โดยเฉพาะระบบชำระเงินข้ามแดนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
4) เสริมธรรมาภิบาลและเสถียรภาพพื้นที่ชายแดน ลดปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ




















