
ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดชี้ชะตาเศรษฐกิจ — CEBF-UTCC เผยฟุตบอลโลก 2026 หากมีถ่ายทอดสด เงินสะพัดพุ่ง 6.86 หมื่นล้านบาท
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBF) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ “พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วง FIFA World Cup 2026” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์ฯ พร้อมด้วย อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุว่า สถานะลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เป็นตัวแปรสำคัญต่อเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ผลสำรวจพบว่า หากประเทศไทยมีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดรวม 68,635.62 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 21,061.62 ล้านบาท และการใช้จ่ายนอกระบบจากการพนันฟุตบอล 47,574.00 ล้านบาท แต่หากไม่มีการถ่ายทอดสด เม็ดเงินสะพัดรวมจะลดลงเหลือ 57,660.01 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 11,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจที่อาจลดลงเกือบ 40%
ด้านความสนใจและพฤติกรรมการรับชม พบว่าประชาชน 48.5% สนใจการแข่งขันในระดับมากถึงมากที่สุด และ 82.9% มีแผนติดตามการแข่งขันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยตารางการแข่งขันที่อยู่ในช่วงดึกถึงเช้าตามเวลาไทย ทำให้มีเพียง 10.1% ที่วางแผนรับชมสดทุกนัด ขณะที่ 68.4% เลือกรับชมสดเฉพาะนัดสำคัญและรับชมย้อนหลังในนัดอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน ช่องทางการรับชมผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับฟรีทีวี โดยอยู่ที่ 32.6% และ 32.8% ตามลำดับ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ชมจากโทรทัศน์แบบดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น นอกจากนี้ ประชาชน 84.7% เห็นด้วยกับการที่ภาครัฐสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมฟรีผ่านฟรีทีวี
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการพนันฟุตบอลยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 37.7% ระบุว่ามีแผนเล่นพนันฟุตบอล และ 76.3% ระบุว่าคนรู้จักมีพฤติกรรมเล่นพนันฟุตบอล มูลค่าการพนันเฉลี่ยอยู่ที่ 1,109.07 บาทต่อนัด และเฉลี่ยตลอดการแข่งขัน 19,933.13 บาทต่อคน คิดเป็นเงินนอกระบบรวมประมาณ 47,574 ล้านบาท ทั้งนี้ ประชาชน 72.1% มองว่าการพนันฟุตบอลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะที่ 71.0% เชื่อว่าฟุตบอลโลกอาจก่อให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น และ 63.0% เชื่อว่าอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการใช้จ่ายในช่วงฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โดย 85.2%












