
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมด้วยอาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทย ปี 2569 กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 1,250 ราย
สถานภาพแรงงานไทยรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท: 5 สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา
________________________________________
1. หนี้ครัวเรือนพุ่งไม่หยุด — เฉลี่ยกว่า 494,000 บาทต่อครอบครัว
แรงงานกลุ่มนี้มีหนี้สินแทบทุกครัวเรือน (98%) โดยหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 494,505 บาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากปีก่อน และต้องผ่อนชำระเดือนละกว่า 10,867 บาท ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบการสำรวจ แม้หนี้นอกระบบจะลดลงเหลือ 13% แต่อัตราดอกเบี้ยนอกระบบยังสูงถึง 10.72% ต่อเดือน
________________________________________
2. รายจ่ายวิ่งแซงรายได้ — 4 ใน 5 ไม่มีเงินออมเลย
แรงงานถึง 79.1% ไม่มีเงินออมสำรองฉุกเฉิน และผู้ที่พอออมได้เก็บเงินเฉลี่ยเพียง 1,219 บาทต่อเดือน คิดเป็นแค่ 10.3% ของรายได้ ขณะที่รายจ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าค่าครองชีพกัดกินกำลังซื้อจริง โดยรายจ่ายอันดับหนึ่งยังคงเป็นค่าอาหาร (26.3%) ตามด้วยการชำระหนี้ (12.2%)
________________________________________
3. ราคาสินค้ากระทบหนัก — 6 ใน 10 รู้สึกว่าใช้ชีวิตยากขึ้นมาก
แรงงาน 59.5% ระบุว่าระดับราคาสินค้าส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต “มาก” โดยสาเหตุหลักคือรายได้ไม่เพิ่มแต่ราคาของขึ้น และภาระหนี้ที่สะสม วิธีแก้ปัญหาที่ใช้มากที่สุดคือประหยัดตัดค่าใช้จ่าย (31.2%) และกู้ยืมมาใช้ในช่วงของแพง (23%) ซึ่งยิ่งซ้ำเติมวงจรหนี้
________________________________________
4. ความมั่นคงในงานสั่นคลอน — สงครามการค้าและสงครามตะวันออกกลางเป็นภัยคุกคามใหม่
กลุ่มผู้รับค่าจ้างถึง 47.5% และ 58.4% กังวลเรื่องความมั่นคงในงานจากสงครามการค้าโลกและสงครามตะวันออกกลางตามลำดับ โดยเกรงว่าจะ “ถูกเลิกจ้าง” มากที่สุด (43.3%) และหากตกงานจริง เงินที่มีจะประคองชีวิตได้เฉลี่ยเพียง 2 เดือนเท่านั้น สะท้อนความเปราะบางด้านการเงินส่วนบุคคลในระดับวิกฤต
________________________________________
5. วันแรงงานปีนี้ — พักผ่อนอยู่บ้านแทนท่องเที่ยว ใช้จ่ายรวม 2,120 ล้านบาท หดตัว 3%
บรรยากาศวันแรงงานปี 2569 คึกคักใกล้เคียงเดิม โดย 65.9% มองว่าคึกคักพอๆ กัน และ 23.9% บอกว่าคึกคักน้อยกว่า เทียบกับปี 2568 ที่ผู้คนถึง 49.6% รู้สึกว่าคึกคักกว่า สะท้อนให้เห็นว่าอารมณ์ทางเศรษฐกิจของแรงงานถดถอยลงอย่างมีนัย
กิจกรรมยอดนิยมอันดับหนึ่งเปลี่ยนจาก “ไปซื้อของ” มาเป็น “พักผ่อนอยู่บ้าน” (45%) ขณะที่การท่องเที่ยวหดตัวลงเหลือ 12.3% จาก 31.1% ในปีก่อน เหตุผลสำคัญคือส่วนใหญ่เพิ่งใช้จ่ายไปกับสงกรานต์ก่อนหน้า ทำให้งบประมาณถูกดึงออกไปแล้ว
มูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่ 2,120 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,304 บาท หมวดที่ใช้จ่ายสูงสุดคือการท่องเที่ยว (เฉลี่ย 3,582 บาท) แต่เป็นกลุ่มเล็ก ขณะที่กลุ่มใหญ่เลือกซื้อของและทานอาหารนอกบ้านในงบประมาณจำกัด
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: แรงงานต้องการให้รัฐดูแลปัญหาแรงงานต่างด้าว (18.8%) สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน (15.6%) และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ (14.4%) เป็นสามประเด็นแรก


















