
ม.หอการค้าไทย และอธิการบดี “ธนวรรธน์” สร้างชื่อเวทีเอเชีย คว้า 3 รางวัล ACES 2026 องค์กรชั้นนำและสร้างชาติ พร้อมคว้าผู้นำโดดเด่นแห่งเอเชีย
ชูการศึกษาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
รับรางวัล Premier Educational Institutions in Asia ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของกลุ่มสถาบันการศึกษา ควบรางวัล Nation Builder Award และรางวัล Outstanding Leaders in Asia สำหรับอธิการบดี “รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย” รวม 3 รางวัลในปีเดียว ยืนยันโมเดล “มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยหอการค้าไทย” ของไทย ซึ่งผสานเครือข่ายภาคธุรกิจทั่วประเทศ สร้างดัชนีเศรษฐกิจที่ประเทศใช้จริง และยุทธศาสตร์ AI-First เข้าด้วยกัน เป็นต้นแบบอุดมศึกษาแห่งอนาคตให้กับอาเซียน
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ได้รับการประกาศเกียรติคุณสูงสุด 3 รางวัลในปีเดียวจากเวที Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards (ACES Awards) 2026 ได้แก่ รางวัล Premier Educational Institutions in Asia รางวัล Nation Builder Award และรางวัล Outstanding Leaders in Asia ซึ่งมอบให้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี นับเป็นครั้งสำคัญที่สถาบันอุดมศึกษาไทยได้รับการยอมรับพร้อมกันทั้ง 3 มิติ คือ คุณภาพของสถาบัน บทบาทในการสร้างชาติ และคุณภาพของผู้นำองค์กร บนเวทีระดับเอเชียที่ประเมินสถาบันการศึกษาด้วยเกณฑ์เดียวกับองค์กรธุรกิจชั้นนำของภูมิภาค โดยพิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันที่ 15-16 ตุลาคม 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ACES Awards จัดโดย MORS Group ประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ปีนี้เป็นครั้งที่ 13 ผู้ได้รับรางวัลทุกรายต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์ (Audit & Interview) เพื่อยืนยันผลงานจริง ก่อนพิจารณาโดย ACES Council ภายใต้กรอบ ACES LEAD™ ที่วัดภาวะผู้นำ ผลการดำเนินงาน จริยธรรม และผลกระทบต่อสังคม โดยการจัดครั้งล่าสุดปี 2568 มีการเสนอชื่อ 827 รายจาก 32 ประเทศ เหลือผู้ได้รับรางวัลเพียง 111 ราย และเกณฑ์ด้านความยั่งยืนยกระดับให้อิงมาตรฐานสากล IFRS S1 และ S2 จุดที่ทำให้รางวัลนี้แตกต่างคือ สถาบันการศึกษาถูกวัดด้วยกรอบเดียวกับองค์กรธุรกิจชั้นนำของเอเชีย ไม่ใช่การจัดอันดับเฉพาะในแวดวงการศึกษา และรางวัล Premier Educational Institutions in Asia เป็นระดับสูงสุดของกลุ่มสถาบันการศึกษา (เหนือระดับ Leading และ Emerging) ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา องค์กรไทยที่เคยได้รับรางวัลจากเวทีนี้ อาทิ กลุ่มบางจาก ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ปตท.สผ. กลุ่มมิตรผล และกรุงเทพประกันชีวิต ขณะที่ผู้บริหารไทยที่เคยได้รับ Outstanding Leaders in Asia รางวัลเดียวกับ รศ.ดร.ธนวรรธน์ อาทิ นายสาระ ล่ำซำ และ พญ.นลินี ไพบูลย์ (ปี 2567) เป็นต้น ผู้จัดระบุว่าถึงต้นปี 2568 องค์กรและผู้นำไทยได้รับรางวัล ACES รวม 54 รางวัล การได้รับรางวัลครบ 3 มิติในปีเดียวจึงนำมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเข้าไปยืนเคียงข้างองค์กรธุรกิจชั้นนำเหล่านี้ และเป็นการที่ผู้บริหารสถาบันการศึกษาได้รับการประเมินด้วยเกณฑ์เดียวกับซีอีโอชั้นนำของเอเชีย


นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2483 ในนาม “วิทยาลัยการค้า” โดยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับหอการค้าไทย (Thai Chamber of Commerce: TCC) ก่อเกิดเป็น “ระบบนิเวศ TCC–UTCC” ที่นำองค์ความรู้ทางวิชาการมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับประสบการณ์ธุรกิจจริง นักศึกษาและคณาจารย์ได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ผู้บริหารภาคเอกชน และเครือข่ายการค้าระดับภูมิภาคตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นรูปแบบที่สถาบันทั่วไปสร้างเลียนแบบได้ยาก
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเปิดสอนครบทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ครอบคลุมบริหารธุรกิจ บัญชี เศรษฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นิเทศศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ และนิติศาสตร์ ขณะที่วิทยาลัยนานาชาติดพื่อการจัดการ (ISM) จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษากว่า 40 สัญชาติ พร้อมเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรมากกว่า 125 แห่งทั่วโลก รวมถึงเปิดสถาบัน Harbour.Space@UTCC ที่นำหลักสูตรเทคโนโลยีแห่งอนาคต การประกอบการ ที่สอนโดยมืออาชีพตัวจริงระดับโลกเข้าสู่ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยฯ และจากความร่วมมือกับบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่นำประสบการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล และธุรกิจดิจิทัลจากผู้เล่นตัวจริงเข้าสู่ห้องเรียน ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้เป้าหมายเดียวคือการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งอนาคตชั้นนำของอาเซียน” (ASEAN’s Leading University-for-the-Future)
สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมีบทบาทเกินกว่าการผลิตบัณฑิต คือการเป็นผู้สร้างข้อมูลเศรษฐกิจที่ทั้งประเทศใช้ตัดสินใจ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ (Center for Economic and Business Forecasting: CEBF) ของมหาวิทยาลัย จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน และภาคเอกชนใช้อ้างอิงในการประเมินทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระดับหนี้ครัวเรือน และความเสี่ยงด้านนโยบายการค้า ดัชนีเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็น “ข้อมูลตั้งต้น” ของการตัดสินใจระดับนโยบายในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ควบคู่กันนั้นยังมีสถาบันยุทธศาสตร์การค้า ที่ผลิตข้อมูล และข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับผู้กำหนดนโยบายและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ที่จะขยายไประดับภูมิภาคอาเซียน บทบาทของมหาวิทยาลัยจึงขยายจากรั้วสถาบันสู่การเป็นกลไกสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึง การพัฒนาธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และความร่วมมือข้ามพรมแดนทั่วอาเซียน


รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ได้รับรางวัล Outstanding Leaders in Asia ในฐานะผู้นำที่รวมสองบทบาทซึ่งหาได้ยากในคนเดียวกัน บทบาทแรกคือนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ผ่านการกำกับดูแลศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมาอย่างยาวนาน จนการแถลงตัวเลขของศูนย์ฯ กลายเป็นวาระประจำเดือนที่สื่อมวลชนและผู้กำหนดนโยบายจับตา บทบาทที่สองคือผู้บริหารสถาบันการศึกษาที่วาง รากฐาน “มหาวิทยาลัย AI-First” อย่างเป็นระบบ ภายใต้แผนงานด้าน AI ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่กำหนดระดับความสามารถด้าน AI ของนักศึกษาแบบขั้นบันได และโครงสร้างธรรมาภิบาลด้าน AI ที่สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ขับเคลื่อนผ่านสถาบัน UTCC AI Institute (AI²) และศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้าน Agentic AI (AI-RAID) และโครงการ AI Champions ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสร้างทักษะ AI ให้ครบทุกคณะ ทำให้บัณฑิตมีความคล่องตัวด้านดิจิทัล การคิดเชิงวิเคราะห์ ส่วนในระดับนโยบายการศึกษาของประเทศ รศ.ดร.ธนวรรธน์ ช่วงเวลาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ผลักดันการยกระดับคุณภาพทั้งภาคส่วน การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการกระจายทรัพยากรดิจิทัลสู่สถาบันต่าง ๆ รางวัลผู้นำดีเด่นแห่งเอเชียครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงมหาวิทยาลัยแห่งเดียว แต่สะท้อนถึงภาคอุดมศึกษาเอกชนของไทยทั้งระบบ ขณะเดียวกัน ในสายตานักศึกษา ท่านคือ “Daddy G” ผู้นำของ Happy University ที่เข้าใจปัญหาของผู้เรียนจนออกแบบการเรียนรู้แบบเรียลไทม์ที่เข้าถึงได้จากทุกที่
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กล่าวว่า “รางวัลจากเวที ACES มีความหมายพิเศษ เพราะเขาไม่ได้วัดเราในฐานะมหาวิทยาลัย แต่วัดเราด้วยเกณฑ์เดียวกับองค์กรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชีย ทั้งภาวะผู้นำ ผลการดำเนินงาน ธรรมาภิบาล และผลกระทบต่อสังคม การที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยผ่านมาตรฐานนี้ได้ครบ 3 รางวัล คือคำยืนยันว่าโมเดลมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยหอการค้าไทย ใช้ข้อมูลเศรษฐกิจจริงในการสอน และลงทุนกับ AI อย่างเป็นระบบเพื่อผู้เรียน สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค เป้าหมายของเราคือการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งอนาคตชั้นนำของอาเซียน และเราจะใช้การยอมรับครั้งนี้เป็นพันธะที่ต้องส่งมอบบัณฑิต ข้อมูล และองค์ความรู้ที่ประเทศพึ่งพาได้ให้ดียิ่งขึ้นในทุกปี”
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 3 รางวัลจากเวที ACES Awards 2026 (Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards) ครั้งที่ 13 ซึ่งเวทีนี้ประเมินสถาบันการศึกษาด้วยกรอบเดียวกับองค์กรธุรกิจชั้นนำของเอเชีย ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์ก่อนตัดสิน การได้รับรางวัลครบ 3 มิติในปีเดียวจึงเป็นการยืนยันว่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งผสานเครือข่ายธุรกิจทั่วประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ประเทศใช้จริง และยุทธศาสตร์ AI-First ที่มีธรรมาภิบาลตามแนวทาง UNESCO สามารถเป็นต้นแบบอุดมศึกษาแห่งอนาคตให้กับอาเซียนได้










