
UTCC เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. 69 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว แม้ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของความเชื่อมั่น แม้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วชิร คูณทวีเทพ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และอาจารย์วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วย Executive Assistant และผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ร่วมแถลงผลสำรวจ โดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 50.7 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 51.8 นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 41.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 41.4 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 35.9 ลดลงจากระดับ 36.0 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ระดับ 47.1 เพิ่มขึ้นจากระดับ 46.9 สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ ผลการสำรวจสะท้อนว่า ภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของความขัดแย้ง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการขนส่งพลังงานและสินค้าของโลก ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และภาวะเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ได้แก่ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
ภาพรวมผลสำรวจจึงสะท้อนว่า แม้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดภาระค่าครองชีพยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมความเชื่อมั่นและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย











