
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วยอาจารย์วิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า และอาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569-2570
สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดเอเชียระยะใกล้ที่ประเทศไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่ประเทศคู่แข่ง แม้ตลาดต้นทางบางส่วนยังคงมีแนวโน้มการเดินทางที่ดี ขณะที่สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ต้นทุนการบินปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยรวม 23.20 ล้านคน ลดลง 3.8% หรือ 916,019 คน โดยไตรมาสแรกปรับลดลง 2.4% ไตรมาส 2 ลดลง 4.4% และไตรมาส 3 ลดลง 5.0% ขณะที่เดือนกันยายนปรับตัวลดลงถึง 10.5% สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดท่องเที่ยวไทย
ตลาดอาเซียนหดตัว 15.4% ฉุดภาพรวมการท่องเที่ยว
ตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียนเป็นตลาดที่มีการหดตัวค่อนข้างมาก โดยลดลง 15.4% ฉุดยอดรวมลง 4.62 จุด มากกว่ายอดที่ลดลงทั้งหมด 3.80 จุด ขณะที่ตลาดนอกอาเซียนสามารถชดเชยผลกระทบได้บางส่วน โดยมีส่วนช่วยในภาพรวมสุทธิ 0.82 จุด
ตลาดจีนฟื้นตัว 15.2% แต่ยังอยู่ราว 75% ของปี 2567
ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเพิ่มขึ้น 15.2% จากฐานที่ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังอยู่ที่ประมาณ 75% ของระดับในปี 2567 ทั้งนี้ หากไม่นับรวมนักท่องเที่ยวจีน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยจะลดลงถึง 6.9% สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดจีนยังมีส่วนสำคัญต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทย
แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4.6% แต่รายได้รวมลดลงเพียง 2.9% เนื่องจากรายได้ต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.8% เฉลี่ยอยู่ที่ 48,738 บาท
ผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยว 368 รายทั่วประเทศ พบว่า มาตรการที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการมากที่สุด คือ การเพิ่มที่นั่งและเที่ยวบินตรงก่อนฤดูท่องเที่ยว (21.7%) และการแก้ปัญหาด่านชายแดน (21.2%) รวม 42.9% ของคะแนนทั้งหมด รองลงมาคือ การทำให้นโยบายวีซ่ามีความชัดเจนและคงที่ (12.9%) การปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนสีเทา (9.4%) และการสื่อสารด้านความปลอดภัยรายตลาด (8.7%)












