
วันที่ 8 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านผ่อนคลายลง และมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วชิร คูณทวีเทพ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และอาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ร่วมแถลงผลสำรวจ โดยระบุว่า ในเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 6 เดือน จากระดับ 51.8 เป็น 53.2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จากระดับ 35.5 ในเดือนที่ผ่านมา สู่ระดับ 36.5
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงอย่างถาวรหรือไม่ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศในอนาคต ซึ่งยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 41.8 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 41.5 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.0 เพิ่มขึ้นจากระดับ 35.9 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ระดับ 47.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 47.1 สะท้อนว่า ภาคธุรกิจยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
แต่อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่า ภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของความขัดแย้ง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการขนส่งพลังงานและสินค้าของโลก ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และภาวะเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ได้แก่ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
ภาพรวมผลสำรวจจึงสะท้อนว่า แม้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดภาระค่าครองชีพยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

















